วิธีบวงสรวงเทพเจ้าแชกง ที่วัดแชกงหมิว ฮ่องกง
Oct18

วิธีบวงสรวงเทพเจ้าแชกง ที่วัดแชกงหมิว ฮ่องกง

หลังจากคราวที่แล้ว Ipicktravel แนะนำวัดแชกงหมิว ปลายทางแห่งการแก้ชงให้รู้จัก วันนี้เราจะแนะนำวิธีการไหว้เทพเจ้าแชกงที่่ถูกต้องกันค่ะ วิธีการไหว้เทพเจ้าแชกง เริ่มแรกสามารถหาซื้อชุดไหว้ได้ที่ทางเข้าหน้าวัด โดยชุดไหว้จะมีหลายราคาให้เลือก โดยชุดไหว้ที่เจ้าหน้าที่แนะนำนั้นจะอยู่ที่ 58$ และ 68$ โดยต่างกันที่ชุด 68$ จะมีธูปมังกรแดง (เจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยได้) นอกจากนี้ยังมีน้ำมันสำหรับเติมตะเกียงราคาอยู่ที่ 2 ขวด 40$ ข้างๆโต๊ะที่จำหน่ายชุดไหว้จะมีวิธีการไหว้ รวมถึงบทสวดเคารพเทพเจ้าแชกงเป็นภาษาไทยบอกอยู่     ชุดไหว้ในการไหว้เทพเจ้าแชกงนั้นจะประกอบด้วย ธูปมังกรแดง 3 ดอก กระดาษไหว้เจ้า 1 ชุด ธูปดอกเล็ก 1 กำ เนื่องจากแม่ทัพแชกงนั้นไม่ได้เป็นพระ แต่เป็นเทพนักรบ ดังนั้นเวลาบวงสรวงต้องทำ 2 ส่วน คือ ไหว้ฟ้าดินก่อน ซึ่งจะต้องทำก่อนเข้าวิหาร หลังจากนั้นถึงจะทำการบวงสรวงแม่ทัพแชกง รวมถึงหมุนกังหันสีทองด้านใน วิธีบวงสรวงเทพเจ้าแชกง: การไหว้เทวดาฟ้าดิน วิธีการไหว้เทวดาฟ้าดิน (ทำกลางแจ้งด้านนอกวิหาร) 1. เมื่อซื้อชุดไหว้มาแล้ว ให้ส่งให้เจ้าหน้าที่นำไปจุดให้ ระหว่างนี้ให้เขียนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดลงในกระดาษไหว้เจ้า 2. เมื่อได้ธูปคืนมาแล้ว บางครั้งจะมีเจ้าหน้าที่นำสวดคาถาถ้ามาเป็นหมู่คณะ เมื่อสวดคาถาจบ เจ้าหน้าที่จะให้ปักธูป การปักธูปต้องเริ่มจากการไหว้ฟ้าดินก่อน เริ่มจากการยืนหันหลังให้วิหาร (ยืนให้พ้นจากเงาของหลังคาที่คลุมกระถางธูป) พนมมือโดยถือธูปทุกดอกที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่เอาไว้ทั้งหมด มองไปด้านหน้าของประตูวัด กล่าวชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดของตนเอง ตามด้วยจุดประสงค์ที่มาทำบุญที่วัด เช่น เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย หรือ เพื่อความเป็นศิริมงคล เมื่อกล่าวจบ ไหว้ 3 ครั้ง แล้วจึงหันกลับมาทางวิหาร 3. เมื่อหันหน้ากลับมาทางวิหาร ไหว้อีก 3 ครั้ง กล่าวคำอธิษฐาน เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว จึงเดินเข้าไปยังกระถางธูปเพื่อปักธูป 4. ที่แท่นทำพิธีหน้าศาลเจ้า จะมีกระถางธูปเรียงอยู่ 3 กระถาง ให้ปักธูปมังกรทั้ง 3 ดอกที่กระถางกลาง 5. ให้หันหน้าหาวิหาร ไหว้ 3 ครั้งพร้อมบอกชื่อ นามสกุลอีกครั้ง แล้วตามด้วยปักธูปดอกเล็กกระถางละ3 ดอก ทั้ง 3 ถรกระถาง โดยเริ่มจากกระถางกลางก่อน แล้วตามด้วยซ้าย และ ขวา 6. ธูปที่เหลือ แยกไว้ 3 ดอก เพื่อบวงสรวงเทพเจ้าแชกงในวิหาร ธูปที่เหลือให้ปักกระถางกลางแจ้งให้หมด ถือเป็นการเสร็จพิธีในส่วนการกราบไหว้ฟ้าดิน จากนั้นให้ถือธูป 3 ดอก เดินพนมมือเข้าไปในวิหาร   วิธีบวงสรวงเทพเจ้าแชกง: วิธีสักการะแม่ทัพแชกง วิธีสักการะแม่ทัพแชกง (ภายในศาลเจ้า) หลังจากทำการไหว้ฟ้าดินภายนอกวิหารเสร็จแล้ว ให้พนมมือพร้อมธูป 3 ดอกเข้ามาในวิหาร 1. เมื่อเดินเข้ามาในอารามจะเห็นรูปปั้นแม่ทัพแชกงอยู่กลางศาลเจ้า ด้านข้างมีอาวุธโบราณประดับไว้ทั้งซ้ายและขวา ให้คุกเข่าที่หน้ารูปปั้น พนมมือพร้อมธูป 3 ดอกและกระดาษไหว้เจ้า เครื่องราง รูปเคารพ หรือกังหันนำโชคที่ต้องการนำกลับไปบูชาที่บ้าน พร้อมตั้งจิตให้แน่วแน่ 2. ไหว้ 3 ครั้ง เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของท่านเทพเจ้าแชกง สบตากับตาท่าน ตั้งใจอธิษฐานในสิ่งที่ต้องการ ไหว้ 3 ครั้ง แล้วปักธูป พร้อมกล่าวคำอธิษฐานหน้ากระถางธูป     อิทัง เอตัง เซกง เทวะตาโย อะนะวะกาโสยัง อะรู เปกะเมนะ เซกงเทวะ ชิตตะวา โวโรเปทะ อะนุเปกะเมนะ เซกง เทวะตาโย ปรินิพพายันติ เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐ จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ตุมหากัง จงบังเกิดแก่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า ด้วยบารมี ของมหาเทพ เซกง ผู้เป็นใหญ่ ขอพระองค์ช่วยโปรดดลบันดาลให้ข้าพเจ้า ชนะอุปสรรคและปัญหา สิ่งที่ไม่ดี ทั้งหลายทั้งปวง และปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ขอบารมีพระองค์ท่าน ให้ข้าพเจ้า เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ด้วยทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า และขอพรให้ข้าพเจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุข ความเจริญ คิดการสิ่งใดให้เกิดแต่ความ สำเร็จ สมหวัง ดังที่ข้าพเจ้าได้ปรารถนา และอธิษฐานทุกประการเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ   3. สำหรับท่านที่เช่าบูชาเครื่องรางที่จำหน่ายอยู่ภายในวัด หรือท่านที่นำเครื่งอรางที่มีอยู่แล้วติดตัวไป หลังจากปักธูปแล้วท่านสามารถนำเครื่องรางมาปลุกเสกได้ที่จุดนี้ ซึ่งที่ด้านข้างกระถางธูปจะมีเจ้าหน้าที่คอยทำพิธีปลุกเสกให้ หรือท่านสามารถบริจาคใส่ตู้แล้วเขียนชื่อ นามสกุลของท่านลงในสมุดตรงข้างกระถางธูป เจ้าหน้าที่จะให้ซองสีแดงเล็กๆเพื่อให้ท่านใส่ผงธูปกลับบ้านไปบูชาได้ 4. ด้านข้างของกังหันลมทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจะมีกลองวางอยู่ด้านละ 1 ใบ หลังจากที่บวงสรวงแม่ทัพแชกงเสร็จแล้ว หากไม่ต้องการหมุนกังหันแชกงหมิว ก่อนจะออกจากวิหารให้ท่านตีกลองเต็มแรง 3ครั้ง เพื่อเป็นการบอกกล่าวให้เทพทั่วทุกชั้นฟ้ารับรู้ในสิ่งที่ท่านอธิษฐาน แล้วจึงออกจากวิหารเป็นอันเสร็จพิธีการบวงสรวงแม่ทัพแชกง ที่มา: หนังสือกังหันแชกงหมิว สุดยอดเครื่องรางเรียกโชคแห่งเกาะฮ่องกง by ส.ศิวโรจน์, 2548, ...

Read More
วิธีขอโชคเรื่องความรักจากเทพหยุคโหลว ที่ วัดหวังต้าเซียน ฮ่องกง
Sep27

วิธีขอโชคเรื่องความรักจากเทพหยุคโหลว ที่ วัดหวังต้าเซียน ฮ่องกง

ผู้เฒ่าจันทรา หรือ เรียกได้ว่าเป็นคิวปิดของคนเอเซีย  องค์เทพที่มือข้างหนึ่งถือสมุดรายชื่อคู่รักเอาไว้ และจะคอยผูกได้แดงให้กับมนุษย์ที่เป็นคู่กัน  Ipicktravelจะมาแนะนำวิธีการผูกด้ายแดง ขอพรเรื่องความรักกับเทพหยุคโหลวที่วัดหวังต้าเซียนกันค่ะ  การผูกด้ายแดงนี้ทำได้ทั้งคนโสด และ คนมีคู่แล้วนะคะ  คนโสดก็เป็นการขอพรให้เจอเนื้อคู่ ส่วนคนมีคู่ ก็จะช่วยทำให้มีความรักที่มั่นคงและยืนยาว  มาดูวิธีกันเลยค่ะ       เทพเจ้าหยุคโหลว หรือที่รู้จักกันในนามเทพเจ้าแห่งจันทรา หรือผู้เฒ่าแห่งดวงจันทร์ (The Old Man from The Moon) เทพเจ้าแห่งความรัก และการแต่งงาน ตามตำนานเล่าว่าหลังจากที่ภรรยาผู้เฒ่าเสียชีวิต ก็ได้ขึ้นไปอยู่บนสรวงสรรค์ ผู้เฒ่าก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาเพื่อขอให้ทวยเทพประทานพรให้เขาได้ขึ้นไปอยู่กับคนรัก จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ คอยทำหน้าที่จดรายชื่อคู่รัก จึงเชื่อกันว่าสมุดที่ผู้เฒ่าถือในมือ คือบัญชีรายชื่อคู่รักที่จะได้รับคำอวยพรให้อยู่คู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งจะปรากฏตัวยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ เป็นเทพเจ้าผู้เป็นอมตะที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ และลงมาโลกมนุษย์เพื่อผูกด้ายดวงชะตาระหว่างคู่รักซึ่งเมื่อคู่กันแล้วก็จะไม่แคล้วคลาดกัน       เทพหยุคโหลว ที่วัดหวังต้าเซียน จะเป็นจุดไหว้จุดที่ 4 ต่อจากการไหว้ศาลเจ้าที่ เมื่อไปถึงจะเห็นรูปปั้นของเทพหยุคโหลวอยู่ตรงกลาง เมื่อหันหน้าเข้าหาเทพหยุคโหลว จะพบรูปปั้นเจ้าบ่าว อยู่ทางขวา และรูปปั้นเจ้าสาวอยู่ทางซ้าน โดยมีด้ายแดงผูกโยงจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาที่เทพหยุคโหลว     พิธีผูกด้ายแดง ด้านหน้าจะมีป้ายบอกวิธีการประสานมือเพื่อจับด้ายแดง ให้ท่านทำมือตามรูปภาพ แล้วเดินไปหยิบด้ายแดงที่มีบริการวางไว้ให้ด้านหน้าของรูปปั้นเทพหยุคโหลว       เมื่อประสานมือและหยิบด้ายแดงมาไว้ตามรูปภาพแล้ว ให้เดินไปที่รูปปั้นเทพหยุคโหลวที่อยู่ตรงกลาง ไหว้องค์เทพ 3 ครั้ง (ระหว่างการขอพร ห้ามทำมือที่ประสานกันหลุดออกจากกันโดยเด็ดขาด)       สำหรับผู้ชาย เดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว อธิษฐานขอเนื้อคู่ ไหว้ 3 ครั้ง แล้วจึงเดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ลูบเท้ารูปปั้นเจ้าสาว 3 ครั้ง ปล่อยมือออก ผูกด้ายแดงเอาไว้ที่เชือกสีแดงเส้นใหญ่ฝั่งเจ้าสาว        สำหรับผู้หญิง เดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว อธิษฐานขอเนื้อคู่ ไหว้ 3 ครั้ง แล้วจึงเดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว ลูบเท้ารูปปั้นเจ้าบ่าว 3 ครั้ง ปล่อยมือออก ผูกด้ายแดงเอาไว้ที่เชือกสีแดงเส้นใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าว       นอกจากนี้ ผู้ที่ศรัทธาตามหารักแท้ สามารถหาซื้อยันต์เพื่อบูชาองค์เทพไว้สำหรับติดกระเป๋า ได้จากทางร้านขายเครื่องรางด้านหน้าวัดหวังต้าเซียน  เมื่อท่านได้ยันต์มาแล้ว ให้ท่านเดินมาไหว้องค์เทพโดยบอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสิ่งที่ท่านต้องการกับองค์เทพ และขอประทานพรให้ท่านสมหวังในสิ่งที่ขอ       ที่มา:   หนังสือกังหันแชกงหมิว สุดยอดเครื่องรางเรียกโชคแห่งเกาะฮ่องกง by ส.ศิวโรจน์, 2548,  สำนักพิมพ์ดอกหญ้าวิชาการ...

Read More
วัดแชกงหมิว ปลายทางแห่งการแก้ชง ที่ฮ่องกง
Sep22

วัดแชกงหมิว ปลายทางแห่งการแก้ชง ที่ฮ่องกง

วัดแชกงหมิวตั้งอยู่ในเขตต้าเว่ยของซ่าถิ่นบนเกาะฮ่องกง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “วัดกังหันลม” เนื่องจากคำว่า “หมิว” ในภาษาจีน แปลว่า กังหันลม  ตามตำนานกล่าวว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนายพลแชกงและเพื่อยับยั้งโรคระบาด วัดแชกงหมิวเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 300 ปี แต่เดิมเป็นเพียงวัดขนาดเล็ก ต่อมาทางการฮ่องกงได้ทำการบูรณะและสร้างอารามหลังใหม่รวมถึงได้หาหล่อรูปสักการะของแม่ทัพแชกงในชุดนักรบโบราณสีทองความสูงกว่า 3 เมตร ไว้ให้ผู้เลื่อมใสได้สักการะ ซึ่งชาวจีนบนเกาะฮ่องกงรวมถึงชาวจีนบนแผ่นดินใหญ่ให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ชาวจีนเชื่อกันว่าแม่ทัพแชกงมีอำนาจในการปกป้องคุ้มภัยเป็นเทพนักรบ มีฤทธิ์ในการขับไล่สิ่งอัปมงคล ชาวจีนบนเกาะฮ่องกงจะพากันมาบวงสรวงแม่ทัพแชกงเพื่อความเป็นศิริมงคล ผู้ที่ตกรอบปีชงจะเอาดวงชะตาของตนเองมาฝากไว้ เพื่อให้แม่ทัพแชกงช่วยปกป้องคุ้มภัย โดยการเขียนชื่อตัวเองลงบนด้านหลังของกังหันลมกระดาษ แล้วติดไว้ตามกำแพงวัด     บรรยากาศภายในวัดแชกงหมิว การมาบวงสรวงแม่ทัพแชกงควรเข้าไปภายในวัดจากประตูหน้า ซึ่งจะต้องเดินเลี้ยวเข้าไปในถนนเล็กๆ จึงจะเห็นประตูทางเข้าหน้าวัด ซึ่งประตูจะมีขนาดใหญ่กว่า ซุ้มประตูเป็นสีแดง บานประตู 2 บานเปิดเข้าด้านใน   เมื่อมองผ่านประตูวัดเข้าไปจะเห็นศาลเจ้าแชกง อารามศาลเจ้าเป็นสีแดง ก่อสร้างตามลักษณะวัดจีนโบราณ มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีเขียว และมีเสาสีแดงขนาดใหญ่อยู่หน้าอาราม รวมถึงรูปปั้นนักรบจีนโบราณเรียงรายอยู่ด้านข้าง  เมื่อเดินเข้าวัดมาจากประตูทางเข้าหน้าวัด จะมีร้านขายชุดไหว้อยู่ทางด้านซ้าย และทางด้านขวาจะเป็นร้านให้เช่าบูชาเครื่องรางกังหันแชกงหมิวหลายลักษณะ หลายรูปแบบ ราคาก็แตกต่างกันไปตามลักษณะและรูปแบบ         Tips: ถ้าต้องการนำกลับไปบูชาที่บ้าน ให้ท่านซื้อชุดไหว้ พร้อมกับเช่าบูชาเครื่องราง เพื่อนำเข้าไปทำพิธีปลุกเสกพร้อมกับการบวงสรวงของท่านในศาลเจ้า เพื่อเพิ่มความเป็นศิริมงคลมากขึ้น เมื่อมองไปรอบๆศาลเจ้า จะเห็นกังหันลมโมบายล์ขนาดเล็กใหญ่มากมายติดอยู่ตามกำแพง ซึ่งคนจีนเชื่อว่าถ้าเป็นปีชงต้องเอาดวงชะตามาฝากไว้กับแม่ทัพ โดยจะเขียนชื่อ นามสกุลและวันเดือนปีเกิด เอาไว้ด้านหลังกังหันลม เชื่อกันว่าแม่ทัพแชกงจะช่วยปกปักรักษาดวงชะตาชีวิตให้พ้นจากเคราะห์ทั้งปวง       ส่วนของศาลเจ้าด้านหน้าที่เห็น คือส่วนที่สร้างใหม่ในปี ค.ศ. 1993 จะเป็นส่วนเดียวของวัดที่เปิดให้เข้า ส่วนด้านหลังของศาลเทพเจ้าแชกงคือตัววัดแชกงหมิวที่ทางการได้อนุรักษ์เอาไว้ในสภาพเดิม การจะเข้าไปเยี่ยมชมภายในเขตวัดเก่า ต้องได้รับอนุญาตจากทางวัดก่อนเท่านั้น   เมื่อเข้าไปในอาราม จะเห็นรูปปั้นแม่ทัพแชกงใส่ชุดเกราะนักรบจีนโบราณสีทองอยู่กลางศาลเจ้าด้านข้างมีอาวุธโบราณประดับไว้ทั้งซ้ายและขวา ด้านหลังจะเห็นจะเห็นแท่นตะเกียงตั้งอยู่ เรียกว่าตะเกียงแชกง ซึ่งสามารถช่วยเสริมดวงชะตาให้แก่เจ้าของตะเกียงได้ เสมือนว่าทำให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว ทำสิ่งใดก็ราบรื่นปราศจากอุปสรรค ผู้ที่สนใจจุดตะเกียงต้องบริจาคให้กับทางวัดเพื่อเป็นค่าดูแลตะเกียง โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 1 เดือน 3เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยเมื่อบริจาคแล้ว ทางวัดจะเชียนชื่อผู้บริจาคลงบนกระดษสีแดงเพื่อให้ไปติดที่แท่นตะเกียงที่ยังว่างอยู่ โดยในแท่นตะเกียงจะมีพระองค์เล็กๆคอยอำนวยความเป็นศิริมงคลให้แก่ชื่อเจ้าของตะเกียง       ที่ด้านขวาของแม่ทัพแชกง จะมีศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภให้ได้ขอพร และที่ด้านขวา จะมีศาลเจ้าแม่กวนอิมปางพันกร ซึ่งจะรายล้อมไปด้วยรูปปั้นเซียนองค์เล็กๆ การขอพรกับเจ้าแม่กวนอิม จะช่วยอำนวยเรื่องสุขภาพ และปัดเป่าเคราะห์ภัย   เวลาเปิด-ปิด:  7.00-18.00 การเดินทางมาวัดแชกงหมิว สามารถนั่งรถไฟฟ้า(MTR) ลงได้ 2 สถานี คือ สถานี Wai Tai สายสีฟ้า หรือ ลงที่สถานี Che Kung Temple สายสีน้ำตาลก็ได้ โดยที่ถ้าลงสถานี Che Kung Temple จะถึงก่อน  แต่ถ้าไปครั้งแรกแนะนำให้ลงที่สถานี Wai Tai จะเดินง่ายกว่า โดยให้เดินออกที่ Exit B เมื่อเดินออกมาที่ถนนใหญ่ให้มองหากำแพงสีเลือดหมู และซุ้มประตูสีแดงติดกับถนนใหญ่ซึ่งถ้าหันหน้าเข้าถนน ต้องมองไปทางด้านซ้าย แล้วเดินตามทางนั้นไป เมื่อเดินไปซักพัก จะถึงอุโมงค์ข้ามถนน (Subway) ให้เดินผ่านอุโมงค์ไปฝั่งตรงข้าม จะมีป้ายบอกทางไป Che Kung Temple ตลอดทาง จะเดินผ่านสนามฟุตบอลก่อนถึงทางเข้าวัด   วิธีการไหว้เทพเจ้าแชกง  ที่นี่   ที่มา: หนังสือกังหันแชกงหมิว สุดยอดเครื่องรางเรียกโชคแห่งเกาะฮ่องกง by ส.ศิวโรจน์, 2548, ...

Read More
10 สถานที่ห้ามพลาดในสิงคโปร์ ปี 2015
Aug05

10 สถานที่ห้ามพลาดในสิงคโปร์ ปี 2015

10 สถานที่ห้ามพลาดในสิงคโปร์ ปี 2015 ที่โหวตโดยนักท่องเที่ยวมากกว่าล้านคนใน Tripadvisor มีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลยค่ะ ❶ Singapore Flyer  Singapore Flyer  เป็นชิงช้าสวรรค์สำหรับชมวิวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงเทียบเท่ากับอาคาร 42 ชั้น หรือ ประมาณ 165 เมตร  สามารถชมวิวรอบเกาะได้แบบ  360 º นอกจากนั่นยังมีกิจกรรมให้เลือกทำอีกมากมาย เช่น afternoon tea หรือ จะเป็นอาหารเย็น ที่ตั้ง: 30 Raffles Avenue, Singapore 039803, Singapore ราคาค่าขึ้น Singapore Flyer:  ผู้ใหญ่ (อายุ 13 ขึ้นไป) 33 SGD, เด็ก (อายุ 3-12) 21 SGD , ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ขึ้นไป) 24 SGD เวลาทำการ: 8.00am – 10.00pm   ❷ Marina Bay Sands Skypark ชมสวนลอยฟ้า สระว่ายน้ำ และห้ามพลาดจุดชมวิว บนชั้น 57 ของโรงแรมมาริน่า เบย์ นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทั้งหมดของสิงคโปร์ได้ภายในไม่กี่นาที นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและบาร์ รวมถึงร้านขายของให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินอีกด้วย ที่ตั้ง: Marina Bay Sands Hotel, Singapore 018956, Singapore ราคาเข้า Skypark Observation deck:  ผู้ใหญ่ (อายุ 13 ขึ้นไป) 23 SGD, เด็ก (อายุ 3-12) 17 SGD , ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ขึ้นไป) 20 SGD เวลาทำการ: 9:30am to 10pm (11pm ในคืนวันศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์)     ❸ Buddha Tooth Relic Temple and Museum  Buddha Tooth Relic Temple and Museum หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อว่า วัดพระเขี้ยวแก้ว เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ ชั้นบนสุดได้เก็บพระบรมสารีริกธาตุ พระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์) ของพระพุทธเจ้าไว้  ดังนั้นถ้าไปสิงคโปร์ อย่าลืมไปแวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเองกันนะคะ ที่ตั้ง: 288 South Bridge Road, Singapore 058840, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม เวลาทำการ : 7:00 am – 7:00 pm   ❹ Kranji War Memorial  The Kranji War Memorial and Cemetery เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานที่ฝังศพทหารบกและทหารอากาศของ 24,346 นาย ในสังกัด British Commonwealth and Empire ที่หาศพไม่เจอในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่ง 9,295 นาย เป็นคนอังกฤษ อนุสรณ์สถาน มีเสาคอนกรีท 13 เสา สลักชื่อทหารที่เสียชีวิต 24,346 นาย War Cemetery ซึ่งอยู่ด้านหน้ากางเขนแห่งการเสียสละชีพ  (the Cross of Sacrifice) และอนุสรณ์สถาน จะเป็นหลุมฝังศพทหาร 4,465 นาย ซึ่งเป็นคนอังกฤษมากถึง 2445 นาย  รวมทั้งหลุมศพนิรนามอีก 589 แห่ง แต่ละหลุมจะมีแผ่นหินสีขาวตั้งเป็นสัญลักษณ์ พร้อมตราประจำหน่วยรบแกะสลักไว้บนแผ่นหิน เรียงรายเป็นแถวบนผืนหญ้าสีเขียวและพุ่มไม้ดอก และทิวไม้ใหญ่ ที่ตั้ง: 9 Woodlands Road, Singapore 738656, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม เวลาทำการ : 7:00 am – 18:30 pm   ❺ Merlion Park  Merlion park เป็นสวนสาธารณะใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของชาวสิงคโปร์ และยังเป็นที่ตั้งของ Merlion 2 ตัว นั่นคือตัวใหญ่ซึ่งความสูง 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน ทำด้วยซีเมนต์ฟอนดู (Fondu) ตั้งตะหง่าน พ่นน้ำจากปากลงมาสู่แม่น้ำ และตัวเล็กซึ่งมีความสูงเพียง 2 เมตร หนัก 3 ตัน ทำจากซีเมนต์ฟอนดู (Fondu) ผิวทำจากจานลายคราม (สังเกตุว่าผิวจะแตกๆ เป็นลายๆ) และ ตาทำจากถ้วยชาสีแดง พ่นน้ำลงในบ่อ  ดั้งนั้นไม่แปลกใจว่าทำไม Merlion Park จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดในการมาถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้ง: One Fullerton | Fullerton Road, Singapore 049213, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม เวลาทำการ : 24 hr   ❻ NUS Baba House Baba House เป็นบ้านพักเก่าแก่ของชาว Peranakan (กลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีนที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมาโดยเป็นการนำเอาส่วนดีระหว่างจีน และมลายูมารวมกัน) ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นในปี คศ.ๅคุจ  ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ในความดูแลของ National University of Singapore museum เพื่อใช้แสดงประวัติและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนเปอรานากัน ที่ตั้ง: 157 Neil Road, Singapore, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม แต่ต้องทำการจองทัวร์ล่วงหน้า โดยมีรอบที่กำหนดไว้และรับแค่รอบละ 13 คนเท่านั้น เวลาทำการ : Mondays – 2pm Tuesdays – 6.30Pm Thursdays – 10am Saturdays – 11am   ❼ Bukit Brown Cemetery สุสาน Bukit Brown เป็นสถานที่ฝังศพขนาดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ เปิดเมื่อปี คศ1922 โดยรัฐบาลที่อยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ ให้เป็นสุสานสาธารณะของคนจีน เป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงในอดีตหลายท่าน ปัจจุบันสุสานBukit Brown จะมีทัวร์แนะนำโดยไกด์ท้องถิ่นเพื่อนำชมและให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสุสานแห่งนี้ มีการแนะนำและเยี่ยมชมรูปภาพความสวยงามของแผ่นหินจารึกหน้าหลุมฝังศพ รวมถึงธรรมชาติอันร่มรื่นของสุสานแห่งนี้ ที่ตั้ง: Lorong Halwa, Singapore, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม   ❽ The Helix Bridge  สะพาน Helix Bridge หรือสะพานรูปเกลียว ที่เชื่อมต่อระหว่าง Marina Bay Sands กับ Marina Center ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ใครๆ มาเที่ยวสิงคโปร์ ก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยทุกคน ที่ตั้ง: Linking between Marina Bay and Marina Centre, Singapore 038981, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม    ❾ Parkview Square Parkview Square เป็นตึกออฟฟิศที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์  ซึ่งออกแบบโดยนักสร้างภาพยนต์จากอเมริกา James Adams ร่วมกับ DP Architects ของประเทศสิงคโปร์ ตึกแห่งนี้มีความโดดเด่น ด้วยการประดับด้วยรูปปั้นต่างๆยืนแบกเสา หรือยืนแบกลูกบอลรอบตึก จุดสำคัญของตึกนี้คือ รูปปั้นนกกะเรียนซึ่งกำลังบินและเงยหน้าไปทางเมืองจีน ซึ่งถือเป็นเคล็ดในทางฮวงจุ้ยว่าจะนำความมั่งคั่งและร่ำรวยมาให้แก่ผู้อยู่ในตึก ที่ตั้ง: 600 North Bridge Road, Singapore 188778, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม    ❿ Sultan Mosque มัสยิดสุลต่านเป็นมัสยิดที่สร้างโดยความประสงค์ของซุลต่านฮุสเซน ซาร์ แห่งยะโฮร์ สร้างใกล้กับพระราชวังของพระองค์ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวมลายู มีอายุเกือบ200 ปี เป็นสถาปัตยกรรมผสม อาหรับ อินเดีย มาเลย์ ที่ตั้ง: 3 Muscat St, Singapore 198833, Singapore ราคา: ไม่เสียค่าเข้าชม เวลาทำการ : 10:00 am – 12:00 am และ 2:00 pm –...

Read More
10 เมืองท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในปี 2015
Jun20

10 เมืองท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในปี 2015

10 เมืองที่กำลังมาแรง โดยวัดจากปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2015 มีดังนี้ อันดับ1 โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา (Colombo, Sri Lanka)  21.1%   อันดับ2 เฉิงตู ประเทศจีน (Chengdu, China) 20.7%   อันดับ3 อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  (Abu Dhabi, UAE) 20.4%   อันดับ4 โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น (Osaka, Japan) 19.8%   อันดับ5  ริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย (Riyadh, Saudi Arabia) 18.0%   อันดับ6 ซีอาน ประเทศจีน (Xi An, China) 16.2%   อันดับ7 ไทเป ประเทศไต้หวัน (Taipei, Taiwan) 14.9%   อันดับ8 โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo) 14.6%   อันดับ9 ลิมา ประเทศเปรู (Lima, Peru) 13.9%   อันดับ10 นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม (Ho Chi Minh City, Vietnam) 12.9%   ที่มา: CNN Travel รูปจาก:...

Read More
10 อันดับ เมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในปี 2015
Jun03

10 อันดับ เมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในปี 2015

อันดับ 10 ฮ่องกง (Hong Kong) เป็นสถานที่ที่สามารถจะเห็นตึกสูงทันสมัย เคียงข้างกับวัดจีนโบราณได้อย่างลงตัว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 8.66 ล้านคน ในปี 2015   อันดับ 9 กรุงโซล (Seoul) โซลเป็นเมืองหลวงและมหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้  แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม คือ ตลาดทงแดมุน และอินซาดง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 10.35 ล้านคน ในปี 2015 อันดับ 8 กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumper) เมืองกัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยของประเทศมาเลเซีย สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ อาคารหอคอยคู่เปโตรนาส (Petronas Twin Towers) เป็นอาคารแฝดที่สูงที่สุดของโลก ด้วยความสูง 451.9เมตร  ในปี 2015 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 11.13 ล้านคน อันดับ 7 สิงคโปร์ (Singapore) สิงคโปร์ เป็นเกาะเล็กๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ พื้นที่บริเวณ Marina Bay, ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมอร์ไลออน (Merlion) , อาคารโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่, สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำ บริเวณพื้นที่ริมน้ำ ได้แก่ Clarke Quay, Boat Quay, ย่านไชน่าทาวน์ (China Town) , ย่าน Little India, ย่านชอปปิ้ง บนถนน Orchard  คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 11.88 ล้านคน ในปี 2015 อันดับ 6 นิวยอร์ก (New York) นิวยอร์ก เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา  และคาดว่าในปี 2015 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 12.27 ล้านคน อันดับ 5 อิสตันบูล (Istanbul) อิสตันบูลเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี และเป็นเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 12.56 ล้านคน ในปี 2015 อันดับ 4 ดูไบ (Dubai) ดูไบ เป็นเมืองแห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 14.46 ล้านคน ในปี 2015 อันดับ 3 ปารีส (Paris) ปารีสเป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เป็นศุนย์รวมแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโลก ในปี 2015คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 16.06 ล้านคน อันดับ 2 กรุงเทพมหานคร (Bangkok) เมืองหลวงของประเทศไทย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 18.24 ล้านคน ในปี 2015 อันดับ 1 ลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ และสหราชอาณาจักร และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป และเป็นเมืองที่มีศูนย์กลางทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 18.82 ล้านคน ในปี 2015   ที่มา: CNN (http://edition.cnn.com/2015/06/03/travel/mastercard-top-10-destination-cities-2015/index.html),...

Read More